24 เมษายน 2562 พายุถล่ม 35 จังหวัด ตาย 2 ศพ-บาดเจ็บ 20 คน บ้านพังเสียหายหมื่นหลัง

ที่มา: https://www.naewna.com/local/409697

อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่าจากอิทธิพลหย่อมความกดอากาศต่ำเนื่องจากความร้อนปกคลุมประเทศไทยตอนบน ตั้งแต่วันที่ 5 เมษายน 2562ถึงปัจจุบัน ทำให้มีพื้นที่ได้รับผลกระทบจากพายุฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง 35 จังหวัด ได้แก่ มหาสารคาม พิษณุโลก ปทุมธานี ร้อยเอ็ด กำแพงเพชร สกลนคร บุรีรัมย์ อุดรธานี พิจิตร บึงกาฬ สุรินทร์ เชียงใหม่ หนองคาย อุบลราชธานี หนองบัวลำภู แพร่ นครราชสีมา ลำปาง อุทัยธานี สุโขทัย ขอนแก่น พะเยา นครพนม ตาก กาฬสินธุ์ สระแก้ว ปราจีนบุรี เลย นครสวรรค์ เพชรบูรณ์ น่าน สระบุรี ศรีสะเกษ ลพบุรี และอ่างทอง รวม 183 อำเภอ 550 ตำบล 1,673 หมู่บ้าน บ้านเรือนประชาชนได้รับผลกระทบ 10,866 หลัง ผู้เสียชีวิต 2 ราย ผู้บาดเจ็บ 20 ราย

หลังเกิดพายุพัดกระหน่ำอย่างรุนแรงและฝนตกหนักในหลายพื้นที่ จ.พิษณุโลกเมื่อค่ำคืนวันที่ 23 เมษายน ส่งผลให้บ้านเรือน เสียหายในหลายพื้นที่โดยเฉพาะที่โกดังศูนย์โชว์สินค้าหมู่2 บ้านป่าไผ่ ตำบลวัดจันทร์ อำเภอเมืองพิษณุดลก จังหวัดพิษณุโลก โกดังโชว์สินค้าและบ้านเรือนประชาชนอีก3หลังคาเรือนที่เสียหายจากลมพายุได้พัดเอาหลังคาของโกดังศูนย์กระจายสินค้าขนาดใหญ่ ปลิวไปทับบ้านเรือนประชาชน นายรัฐเศรษฐ์ ธนกรณ์ไพศาล อายุ 68ปี เจ้าของโกดังศูนย์โชว์สินค้า ที่อยู่บริเวณใกล้เคียงได้เดินทางมาตรวจสอบความเสียหาย พบหลังคาโกดัง ถูกพายุพัด หลุดยกแผงมาพร้อมโครงหลังคาที่เป็นไม้หน้าสามและสังกะสี ปลิวไปตกใส่หลังคาบ้านประชาชนใกล้เคียง อีกทั้งแรงลมได้ทำให้หลังคาปลิวใส่เสาไฟฟ้าหักอีก 1ต้น ส่วนภายในโกดังมีเฟอร์นิเจอร์ไม้เก่าไม่ต่ำกว่า100ชิ้น ถูกน้ำฝนตกใส่ โชคดีที่เฟอร์นิเจอร์ เป็นไม้จริง จึงไม่ได้รับความเสียหายมากนัก ส่วนอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าที่เปียกฝนอยู่ระหว่างสำรวจความเสียหาย ผู้ว่าฯสั่งเร่งสำรวจช่วยเหลือด่วนจากนั้นรองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลวัดจันทร์ พร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายกองช่างลงพื้นที่เร่งสำรวจความเสียหาย เบื้องต้นได้ประสานไปการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเข้ามาดำเนินการตัดกระแสไฟฟ้า และให้เจ้าหน้าที่กองช่างทำการเคลื่อนย้ายโครงหลังคาที่ทับบ้านประชาชน 2 หลังออกและจะทำการสำรวจความเสียหายทั้งหมด เพื่อทำการช่วยเหลือในเบื้องต้นต่อไป ขณะที่ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก เดินทางเข้าสำรวจความเสียหายของบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่ตำบลบึงพระ อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก พร้อมสั่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสำรวจทุกพื้นที่ที่มีความเสียหายจากพายุเมื่อค่ำคืนพร้อมให้การช่วยเหลือเป็นการเบื้องต้น

พายุพัดน่านบ้านพัง-วิหารถล่ม

จังหวัดน่าน เกิดพายุฤดูร้อนกระหน่ำกลางดึกของวันที่23 เม.ย.ที่ผ่านมา และมีลูกเห็บตกลงมาอย่างหนัก โดยเฉพาะที่บ้านห้วยเม่นและห้วยสอน หมู่ 5 ตำบลไหล่น่าน อำเภอเวียงสา บ้านเรือน ถูกลมหอบหลังคาหลุดออกกว่า 50 หลังและวัดห้วยสอน เป็นวัดเก่าแก่ของหมู่บ้านห้วยสอน หลังคาพระวิหารอายุเก่าแก่กว่า 100 ปี พังลงมาทั้งแถบไม่มีผู้บาดเจ็บ อีกทั้งมี ต้นไม้ใหญ่ล้มทับรถจักรยานยนต์และรถยนต์หลายคัน มีผู้บาดเจ็บ 2 ราย คือ นายวิชัย เฟือยคำ อายุ 47 ปี ถูกกิ่งไม้หักใส่ และ นายเฉลิม เกี๋ยงคำ อายุ 53 ปี เซไปตามแรงลมขณะออกไปเก็บข้าวของ จนล้มบาดเจ็บขา

พ่อเมืองตรวจเยี่ยม/เร่งสำรวจ

รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่านได้เข้าเยี่ยมผู้บาดเจ็บ 2 คน จากพายุฝน เผยมีบ้านเรือนได้รับความเสียหายจากพายุฤดูร้อนมากกว่า 50 หลัง และหลังคาวิหารวัดห้วยสอนพังถล่มลงมาเบื้องต้นเร่งรื้อถอนโครงสร้างด้านบนของวิหารเพื่อสำรวจความเสียหายและบูรณะต่อไป ส่วนนายอำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน ได้กำชับแต่ละพื้นที่เร่งสำรวจความเสียหายและซ่อมแซมบ้านเรือนชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจาก ช่วงนี้ยังต้องเฝ้าระวังพายุฤดูร้อนอาจเกิดขึ้นได้อีก ขณะที่ กำลังเจ้าหน้าที่ทหารกองพันทหารม้าที่15 กรมทหารม้าที่ 2 พร้อมจิตอาสาเราทำความดีด้วยหัวใจเข้าช่วยซ่อมแซมบ้านเรือนให้ประชาชนอำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน ที่ได้รับความเสียหายจากพายุฝนรวมทั้งช่วยขนย้ายสิ่งของและตัดกิ่งไม้ใหญ่ที่หักโค่น

ลพบุรีอ่วมพายุหน้าร้อนถล่ม 8 อำเภอ

ที่จังหวัดลพบุรี เกิดพายุฝนตกอย่างหนักและลมพัดแรงเมื่อค่ำคืนวันที่ 22 เมษายน ในพื้นที่ 8 อำเภอได้แก่ อำเภอเมืองลพบุรี อำเภอบ้านหมี่ อำเภอโคกสำโรง อำเภอชัยบาดาล อำเภอพัฒนานิคม อำเภอสระโบสถ์ อำเภอโคกเจริญ และอำเภอหนองม่วง ทำให้บ้านเรือนราษฎร 31 ตำบล 50 หมู่บ้าน พังเสียหายจำนวน 163 หลังคาเรือน วัดจำนวน 3 แห่ง คอกสัตว์ 6 หลัง โรงเรือน โรงจอดรถ พังพินาศราบคาบ อีกทั้งเต็นท์ภายในวัดปลิวว่อนไปตามแรงลม หักโค่น แผ่นกระเบื้องหลังคาโบสถ์เก่าแก่ปลิวไปตามแรงลมพังเสียหายหนัก ต้นไม้ใหญ่หักโค่นทับรถยนต์ได้รับความเสียหาย คาดว่า ประชาชนได้รับความเดือดร้อนหลายพันคน นายสุปกิต โพธิ์ปภาพันธ์ ผวจ.ลพบุรี สั่งการให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้านและประชาชนจิตอาสาเข้าไปให้ความช่วยเหลือแล้วและอยู่ระหว่างสำรวจความเสียหาย แต่ยังไม่ได้รับรายงานว่ามีผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ หรือเสียชีวิต